มะเร็งคืออะไร???

มะเร็งคืออะไร???

                             ดร.ไมค์ ซุน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งเจิ้นกั๋วปักกิ่ง

             มะเร็งคืออะไร หลายคนคงตีความว่า มะเร็งคือโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คน หลายคนหวาดกลัวกับโรคมะเร็ง แต่ก่อนที่เราจะหวาดกลัวโรคมะเร็ง เรามาทำความรู้จักกับโรคมะเร็งกันกับ ดร.ไมค์ ซุน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งเจิ้นกั๋วปักกิ่ง มาเล่าให้เราฟังกันว่า มะเร็งคืออะไร

จากการวิจัยในปัจจุบันนี้ เราก็สามารถพูดได้คร่าวๆนะคะว่า เซลล์มะเร็งก็คือเซลล์ปกติในร่างกายของคนเรา ซึ่งมันแปรเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ตัวร้าย แล้วเซลล์ตัวนี้มันจะค่อนข้างเห็นแก่ตัว เพื่อความอยู่รอดของตัวเองเมื่อมันไปอยู่ที่ไหนมันก็จะแพร่กระจายขยายเผ่าพันธุ์ไปเรื่อยโดยไม่สนใจ   เซลล์รอบข้างจึงเป็นการทำลายเซลล์ปกติของเราไป 

 โดยปกติเซลล์ของเราต้องการออกซิเจน แต่เซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นนี้จะอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องการออกซิเจน โดยดึงสารอาหารและสร้างตัวของมันเอง  โดยเซลล์มะเร็งดึงพลังงานมาจากกลูโคส น้ำตาล เพื่อมาเลี้ยงตัวมันเองให้อยู่รอด

เนื่องจากเซลล์ปกติต้องการออกซิเจนในการสร้างพลังงาน ถ้ามันได้ออกซิเจนมันก็ต้องการกลูโคสแค่ 1 ยูนิต ก็สามารถสร้างพลังงานเป็น 38 เท่า แต่ว่าในเซลล์มะเร็งนั้น มันไม่ต้องอาศัยออกซิเจนก็ได้ แต่มันต้องการกลูโคสจำนวนมากเพื่อไปสร้างพลัง ฉะนั้นการที่มันดึงเอาแต่กลูโคสมา หรือสารบำรุงของเรา เพื่อไปหล่อเลี้ยงหรือขยายเผ่าพันธุ์ของมัน มันจึงต้องดึงเอากลูโคสต่างๆเพื่อไปสร้างในการขยายแบ่งตัวของมันเองให้มากกว่าเซลล์ปกติ

 

เซลล์ปกติของคนเรามันก็เหมือนสวิตท์ที่เปิดปิดเองได้ โดยอาศัยยีนส์ของมัน ซึ่งได้รับออกซิเจนก็เพียงพอ แต่ในเซลล์ของมะเร็งมันไม่ต้องการออกซิเจน แต่มันต้องการสารอาหารเพื่อสร้างตัวสวิทต์เปิดปิด ดังนั้นมันจะไม่สนใจ ว่ามันจะมีออกซิเจนหรือไม่มี แต่มันดึงเอากลูโคสจำนวนมาก เพื่อมาสร้างวาวเปิดปิดในการขยายพันธุ์ เพื่อให้มันมีชีวิตอยู่รอดได้ ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน

ที่มา: กิจกรรมพลังฟิต..พิชิตมะเร็ง 28 สิงหาคม 2559

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ, วิธีการรักษาและดูแล | ไม่ให้ใส่ความเห็น

พืช ผัก ต่อต้านมะเร็ง ตอนที่ 1

 พืช ผัก ต่อต้านมะเร็ง

สำหรับใครที่ชีวิตประจำวันเป็นคนชอบผัก ชอบผัก ชอบผัก กินผัก กินผัก กินผัก อยู่แล้ว  ขอให้คุณมั่นใจว่าคุณจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพที่เริ๊ด เพราะการกินผักไม่เพียงช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย หรือได้รับวิตามินและสารอาหารต่างๆเท่านั้น แต่ในผักบางชนิดยังมีสารที่เรียกว่า  สารแอนติออกซิเดนท์ หรือสารต้านมะเร็ง โดยผักที่ช่วยต้านมะเร็งที่เราจะพูดถึงมีดังนี้

คะน้า

คะน้า ผักใบเขียวที่สามารถกินได้ทั้งใบ ก้าน และลำต้น สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ผัดน้ำมันหอย  เป็นผักที่ประกอบไปด้วยวิตามินเอสูง แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี และอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารยับยั้งการก่อมะเร็งได้
Continue reading

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

องค์กรมะเร็งเผยผลการศึกษาเครื่องดื่มร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสเสี่ยงมะเร็งเทียบเท่าสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และไอเสีย

องค์กรมะเร็งเผยผลการศึกษาเครื่องดื่มร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสเสี่ยงมะเร็งเทียบเท่าสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และไอเสีย

 

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษาวิจัยเรื่องโรคมะเร็ง หรือไอเออาร์ซี เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า เครื่องดื่มร้อนมากที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 65 องศาเซลเซียส อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งในมุนษย์ โดยเฉพาะที่หลอดอาหาร ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 8 จากทั่วโลก

รายงานระบุว่า โดยปกติแล้ว เครื่องดื่มร้อนที่เสิร์ฟในยุโรปและอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่ระบุข้างต้น แต่เครื่องดื่มร้อนในอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะชาร้อน มีอุณหภูมิสูงราว 60องศาเซลเซียส นอกจากนี้ไอเออาร์ซียังชี้ว่า กลุ่มผู้ดื่มเครื่องดื่มร้อนมากมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง เทียบเท่ากับกลุ่มคนที่สัมผัสกับสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และควันไอเสีย

ขณะที่สมาคมแผลไหม้แห่งประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 65 องศาเซลเซียส สามารถทำให้ลิ้นพองได้ และหากผิวโดนน้ำร้อนเป็นเวลานาน จะทำให้ผิวไหม้ในทันที

ขอบคุณข่าวจาก : โพสต์ทูเดย์

 

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

4 บำบัดสู้มะเร็ง

4 บำบัดสู้มะเร็ง

      เมื่อเราต้องป่วยเราถึงค่อยมาดูแลตนเอง นี่มักเป็นสิ่งที่หลายๆคนทำ แต่อันที่จริงแล้วเราสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องป่วย แล้วจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง หรือหากคุณต้องเผชิญกับโรคมะเร็งแล้วจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบ

การดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร้งเต้านม หรือการป้องกันที่จะไม่ให้เป็นมะเร็งเต้านม

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดไหน ในการรักษาทางแพทย์แผนจีนจะมีหลักการแนะนำการรักษา 4 อย่างได้แก่

1.ใจบำบัด

ผู้ป่วยต้องมีความมั่นใจว่าโรคที่ตนเองเป็น สามารถรักษาได้ ต้องไม่ท้อแท้ หดหู่  มัวแต่ปิดประตู เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กิน ไม่พูดคุย คิดแต่อารมณ์เศร้า วิตกกังวล ซึ่งอาการข้างต้นอาจลุกลามให้กลายเป็นโรคอื่นๆตามมา ต้องมีความมั่นใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรค กล้าที่จะยอมรับความจริง ว่าเราเป็นโรคนี้แล้วเราจะหาวิธีทางรักษาดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ปิดกั้นตนเอง ไม่ปิดกั้นที่จะฟังความคิดเห็นของผู้คนที่เคยเป็น

2.เภสัชบำบัด

คือการเรียนรู้วิธีการรักษาตนเอง จะเลือกรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือจะเลือกรักษาด้วยแพทย์แผนจีน  หรือจะเรียนรู้รักษาแบบผสมผสาน ต้องเรียนรู้ แต่ไม่ได้หมายความให้ไปซื้อยามั่วๆ การทานยาโดยไม่รู้ต้นตอสาเหตุที่แท้จริง อาจยิ่งทำให้เราสูญเสียโอกาสในการรักษา ฉะนั้นเภสัชบำบัดต้องเลือกให้ถูกต้อง

3.โภชนะบำบัด

คือ การให้ความใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน ไม่ว่าจะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การเลือกร้านอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การปรุงอาหารอย่างถูกหลักอนามัย  นอกจากการเลือกอาหารตามหลัก 5 หมูแล้ว ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการรับประทานอาหาร คือ ไม่ควรรับประทานอาหารที่ค้างคืน แกงกะทิค้างคืน ควรปรุงอาหารแต่พอทานในมื้อนั้น

โดยสามารถแบ่งรสชาติของอาหาร ออกเป็น 5 รส ได้แก่

เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม  ขม  รสชาติอาหารสัมพันธ์กับอวัยวะ

รสเปรี้ยว     เข้าสู่      ตับ

รสหวาน   เข้าสู่   ม้าม

รสเค็ม  เข้าสู่  ไต

รสขม  เข้าสู่   หัวใจ

รสเผ็ด   เข้าสู่   ปอด

การรับประทานอาหารตามศาสตร์แพทย์แผนจีนไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันเท่าไหร่นัก ศาสตร์จีนจะมีคำแนะนำว่า ทานอะไรก็ตามอย่าทานสุดขั้ว อย่าทานทุกวัน ควรรับประทานหมุนเวียนไปเรื่อยๆ หากทานหวานไป เค็มไป เปรี้ยวไป บ่อยครั้งเข้า รสชาติเหล่านี้ก็จะเข้าไปทำลายอวัยวะในร่างกายของเรา

4.กายบำบัด
ในขณะที่เราสนใจอาหารการกิน สนใจอารมณ์ อีกสิ่งที่จำเป็นคือ การสนใจที่จะออกกำลังกาย การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเลือกประเภทที่มันโลดโผนหรือใช้แรงมากจนเกินไป ควรหาวิธีการออกกำลังกายให้เข้ากับร่างกายของเรา เช่น โยคะ การนั่งสมาธิ ปั่นจักรยาน เดินเร็ว ว่ายน้ำ

การออกกำลังกายสำคัญอย่างไร???

การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้น การไหลเวียนของเลือด เป็นการสร้างออกซิเจนให้กับเลือด หากเม็ดเลือดของในร่างกายของเรามีออกซิเจนเพียงพอ ร่างกายของก็จะมีออกซิเจนเพียงพอ ส่งผลต่อภาวะด้านอารมณ์ ทำให้มีความสุข มีสภาวะความเป็นด่าง จนมะเร็งไม่กล้าเข้าใกล้

จะเห็นได้ว่า 4 บำบัดในทางแพทย์แผนจีน กับแพทย์แผนปัจจุบัน มีจุดประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ให้ประชาชนมีการดูแลตนเองในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเรา  ทั้งเรื่องจิตใจ ร่างกาย อาหาร และ ยา หากเราสามารถยึดตามหลัก 4 บำบัดข้างต้นนี้ได้ นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพกายที่แข็งแรงแล้ว ยังทำให้เราห่างไกลมะเร็ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตอีกด้วย

 

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ, ยาจีนรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง | ไม่ให้ใส่ความเห็น

การดูแลผู้ป่วยในภาวะเจ็บช่องปาก กลืนเจ็บ

การดูแลผู้ป่วยในภาวะเจ็บช่องปาก กลืนเจ็บ

     อาการเจ็บช่องปาก เจ็บคอ อาการกลืนเจ็บ หรือติด เป็นภาวะที่เป็นผลมากจากการฉายรังสีในบริเวณช่องคอ ปาก เช่น มะเร็งลำคอ มะเร็งศีรษะ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองของอวัยวะในช่องปาก คอ มะเร็งปอด(ที่มีการฉายแสงบริเวณทรวงอก) มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ช่องอก ซึ่งเกิดจากภาวะอาการอักเสบของเยื่อบุอวัยวะภายในช่องปาก คอ หรือหลอดอาหาร

เมื่อมีอาการเจ็บช่องปาก คอ หรือกลืนเจ็บ ติด การดูแล บรรเทาอาการ มีดังนี้
1.ผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วย ญาติ ควรต้องเข้าใจสาเหตุขแงอาการดังกล่าวว่าเป็นผลข้างเคียง อาการแทรกซ้อนจากการรักษา โดยจะมีอาการจะมีอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง คือประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของการรักษาไปจนตลอดครบการรักษาและอาจมีผลไปอีก 2 สัปดาห์หลังการรักษา หลังจากนั้นแล้วจะค่อยๆดีขึ้น อาการจะดีขึ้นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ป่วย หากผู้ป่วยดื่มน้ำสะอาดและอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็ว
2.การบรรเทาอาการเจ็บช่องปาก กลืนเจ็บ คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1 ลิตร ให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอไม่ขาดน้ำ การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำจะทำให้อาการเป็นเป็นอยู่แล้วเป็นมากขึ้นและจะฟื้นตัวได้ช้า ดังนั้นควรดื่มน้ำสะอาดทุกๆ 10-15 นาที
3.ปรับอาหารเป็นอาหารอ่อน รสจืด และมีอาหารเสริมช่วยหลายๆมื้อ
4.ปรับอาหารเป็นอาหารน้ำ อาหารเหลว ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานอาหารอ่อนได้ โดยควรรับประทานให้มากมื้อขึ้น ไม่ต้องรอ 3 มื้อหลัก หรือไม่ต้องรอให้หิว อาหารในกลุ่มนี้อาจจะมีรสชาติที่ไม่ถูกปาก ผู้ป่วยจึงควรคำนึงเสมอว่าเรากินอาหารเหล่านี้ไปเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว ไม่ต้องคำนึงรสชาติ ในภาวะนี้อาหารเปรียบเสมือนยาที่สำคัญที่จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี หากสามารถแบ่งการรับประทานเป็นชั่วโมงละ 1 ครั้งได้จะยิ่งดี โดยสามารถทานได้ทุกอย่างไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน หรือหากผู้ป่วยมีความกังวลใจว่าจะกระทบต่อตัวโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทาน
5.การที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เลย ร่างกายจะขาดน้ำ ขาดอาหาร ดังนั้นอาจจะต้องเข้ารับน้ำเกลือหรืออาหารทางน้ำเกลือที่โรงพยาบาล เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและมี่ขาดสารอาหาร
6.ในกรณีที่เจ็บมาก แพทย์อาจต้องจ่ายยาชาชนิดอมให้กับผู้ป่วยก่อนการรับประทานอาหาร เพื่อลดอาการเจ็บและสามารถทานอาหารได้
7.ภาวะขาดสารอาหารจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจติดเชื้อได้ง่าย ต้องรักษาสุขอนามัย พักผ่อนให้เต็มที่ และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่อาจมีการติดเชื้อได้ง่าย เช่น การไปในที่ๆมีผู้คนจำนวนมาก เป็นต้น

8.ต้องรักษาความสะอาดในช่องปากเสมอ โดยควนบ้วนปากทุกครั้งหลังการรับประทานอาหาร เปลี่ยนชนิดของแปรงสีฟันและยาสีฟันให้เป็นชนิดบอบบาง อ่อนนุ่ม ไม่เผ็ดร้อน เพื่อไม่เพิ่มการระคายเคืองเยื่อบุในช่องปาก
9.ควรสังเกตสุขภาพในช่องปาก ลิ้น เพดาน เหงือก อยู่เสมอว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หากมีการติดเชื้อราจะมีลักษณะเป็นฝ้าขาวฝนช่องปาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา
10.หากเกิดภาวะมีไข้แทรกซ้อน หรืออาการท้องเสียร่วม ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ทุกข้อที่กล่าวไป คือคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีภาวะเจ็บปาก กลืนเจ็บ สิ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ คงเป็นเรื่องของกำลังใจที่แข็งกล้า ความพยายามที่จะต่อสู้กับอาการ และการปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด หากผู้ป่วยสามารถทำได้ตามที่กล่าวไปข้างต้น ก็อาจเป็นหนทางที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ในไม่ช้า

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ, วิธีการรักษาและดูแล, อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง | ไม่ให้ใส่ความเห็น